นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับพัฒนาการบริหารสมัยใหม่ ( POL5207 ) ผู้สอน รศ.ดร.วิเชียร ศรีพระจันทร์
นักศึกษา นายพิรุณฤทธิ์ คงปราบ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา หน่วยหนองบัวลำภู
……………………………………………………………………………………………………………………………….
บทนำ
ภูมิหลังและความเป็นมาของหน่วยงาน
องค์การบริหารส่วนตำบล มีชื่อย่อเป็นทางการว่า อบต. มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2546 โดยยกฐานะจากสภาตำบล ที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปีเฉลี่ย ไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท
รูปแบบองค์การ
องค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วย สภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
1. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวนหมู่บ้านละสองคน ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหมู่บ้านในเขตองค์การ บริหารส่วนตำบลนั้น กรณีที่เขตองค์การบริหารส่วนตำบลใดมีเพียงหนึ่งหมู่บ้านให้มีสมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลจำนวนหกคน และในกรณีมีเพียงสองหมู่บ้านให้มีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หมู่บ้านละสามคน
2. องค์การบริหารส่วนตำบลมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนึ่งคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้อง ถิ่น
การบริหาร
กฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหาร อบต. (ม.58) ประกอบด้วย นายก องค์การบริหารส่วนตำบล 1 คน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล 2 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น เรียกว่า นายก องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมาจากการเลือกตั้งผู้บริหารท้อง ถิ่นโดยตรง
อำนาจ หน้าที่ตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ
พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้อง ถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้ อบต.มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา 16 ดังนี้
1. การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
2. การจัดให้มี และบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ
3. การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ
4. การสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอื่นๆ
5. การสาธารณูปการ
6. การส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ
7. คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
8. การส่งเสริมการท่องเที่ยว
9. การจัดการศึกษา
10. การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
11. การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
12. การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
13. การจัดให้มี และบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
14. การส่งเสริมกีฬา
15. การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน
16. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น
17. การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
18. การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย
19. การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล
20. การจัดให้มี และควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน
21. การควบคุมการเลี้ยงสัตว์
22. การจัดให้มี และควบคุมการฆ่าสัตว์
23. การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธารณสถานอื่นๆ
24. การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
25. การผังเมือง
26. การขนส่ง และการวิศวกรรมจราจร
27. การดูแลรักษาที่สาธารณะ
28. การควบคุมอาคาร
29. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
30. การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน
31. กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ทฤษฎีการบริหาร
Peter Drucker: ให้ความหมายคำว่า "นวัตกรรม" ไว้ว่า "Innovation is The act of introducing something new" เป็นการสร้างสิ่งใหม่ หรือการทำให้แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงมาสร้างให้เป็นโอกาส และต้องมีความชัดเจนและมุ่งเน้นถึงการพัฒนาและที่สำคัญคือต้องมีการลงมือกระทำนวัตกรรมจึงจะเกิดขึ้น
Michael Porter :กล่าวว่า "Innovation is one step remove from today's prosperity. Innovation drives the rate of long run productivity growth an hence future competitiveness." นวัตกรรมเป็นการก้าวไปจากความมั่งคั่งในปัจจุบันก้าวหนึ่ง และนวัตกรรมจะเป็นสิ่งผลักดันให้มีการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในระยะยาวและสร้าง ความสามารถในการแข่งขันในอนาคตซึ่งแสดงให้เห็นว่าสาเหตุของการเกิดนวัตกรรมนอกจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในระดับมหภาคและระดับจุลภาคแล้ว การแข่งขันในเชิงธุรกิจก็เป็นปัจจัยในการสร้างหรือเกิดนวัตกรรมเพราะการสร้างนวัตกรรมถือได้ว่าเป็นจุดแข็ง และเป็นโอกาสขององค์กรธุรกิจที่จะสร้างความได้เปรียบเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
Herbert A. Simon: คือกิจกรรมที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมมือกันดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน การบริหารหมายถึง ศิลปะในการทำให้สิ่งต่าง ๆ ได้รับการกระทำจนเป็นผลสำเร็จ กล่าวคือ ผู้บริหารไม่ใช้เป็นผู้ปฏิบัติ แต่เป็นผู้ใช้ศิลปะทำให้ผู้ปฏิบัติทำงานจนสำเร็จตามจุดมุ่งหมายขอที่ผู้บริหารตัดสินใจเลือกแล้ว
วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ คือ การพยายามอธิบาย ธรรมชาติ รอบตัวทั้งเชิงกายภาพและชีวภาพ ดังนั้นวิทยาศาสตร์เกิดขี้นมาพร้อมมนุษยชาติ ตั้งแต่เริ่มคิด และสังเกต อธิบายสิ่งต่าง ๆ รอบตัว การสังเกต หรือองค์ความรู้ใด ๆ จะไม่เกิดผลเลยถ้าปราศจากการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต
เทคโนโลยี
เทคโนโลยี คือ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และผลของการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ คือ นวัตกรรม
นวัตกรรม
ริชาร์ด ฟลอริดา(2002, 2004) กล่าวว่า “การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขนสามารถทำได้โดยการส่งเสิรมให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยการดึงดูดให้นักคิด นักสร้างสรรค์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร เข้ามาสู่ระบบนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งสามารถทำได้โดยการส่งเสริมบรรยากาศ ที่สนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม”
โคอิซุมิ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า “ เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเจริญเติบโตได้อีกครั้งต้องให้ความสำคัญกับ นวัตกรรม หรือ innovation”
นวัตกรรม(Innovation) มีรากศัพท์มาจากหภาษาลาตินว่า Innovare แปลว่า to renew หรือ to modify
นวัตกรรม หมายถึง วิธีการ หลักปฏิบัติ แนวคิดและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ของบุคคล ที่นำมาใช้ในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ
กระบวนการเกิด
1. มีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่หรือปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมกับสภาพงาน
2. มีการพัฒนาปรับปรุงโดยผ่านการทดลองหรือวิจัยจนมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือได้
3. มีการนำไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริงและปรับปรุงจนเกิดประสิทธิภาพ
ดนัย เทียนพุฒ นสพ.บิซวีส : การจะสร้างวัฒนธรรมและ บริหารงานในองค์กรให้สามารถกระตุ้นความคิดเชิงสร้างสรรค์ได้ ควรต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
ประการแรก ปลูกฝังแนวคิดทิศทางที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราว เป็นการกำหนดการคิดเชิงสร้างสรรค์และโครงการใหม่ๆ ในการดำเนินงานขององค์กรให้กลายเป็น “กลยุทธ์หลัก” ที่บุคลากรทั้งองค์กรต้องนำไปปฏิบัติ จนกลายเป็นกิจวัตรและงานประจำส่วนหนึ่งในองค์กร มีการจัดสรรเวลาทำงานส่วนหนึ่งให้กับงานในตำแหน่งต่างๆ ในระดับนโยบายขององค์กร เช่น ในโหมดงานปกติของพนักงาน จะจัดสรรเวลาร้อยละ 80 สำหรับงานประจำและอีกร้อยละ 20 สำหรับงานที่เป็นโครงการพัฒนาใหม่ๆ หรือการใช้กลุ่ม Quality Circle (QC) ของเครือซิเมนต์ไทย ในการคิดหาวิธีการใหม่ๆ ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น
ประการที่สอง ผู้บริหารระดับสูงต้องผลักดันและสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยต้องสนับสนุนลูกน้องในทุกด้าน ทั้งในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยที่จะทำให้พนักงานได้สร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ รวมถึงการให้ความเป็นอิสระทางความคิด และอำนาจลองผิดลองถูกกับวิธีการหรือไอเดียใหม่ๆ ที่พนักงานคิดค้นขึ้นมา และต้องสื่อสารอย่างชัดเจนกับพนักงานว่า หากเกิดความผิดพลาดในการคิดสิ่งใหม่ๆ เหล่านั้น จะไม่เอาผิดหรือลงโทษ แต่จะนับเป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อไป
ประการที่สาม ควรนำความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนามาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเพิ่มแรงจูงใจในการนำไปปฏิบัติ และนำผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากแนวคิดดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับการประเมินผลและผลตอบ แทนจากการทำงาน เพื่อให้พนักงานได้ตระหนักถึงผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ประการที่สี่ ปลูกฝังเรื่องการพัฒนานวัตกรรมให้เป็นค่านิยมและความเชื่อในการทำงาน ไม่ควรใช้กฎเกณฑ์เข้ามาบังคับ จากผลการวิจัยทั่วไประบุว่า การใช้ความเชื่อร่วมและการผลักดันจากเพื่อนร่วมงานในองค์กรด้วยกัน จะมีประสิทธิผลสูงกว่าการบังคับ โดยใช้กฎระเบียบในการดำเนินงาน
ประการที่ห้า สร้างค่านิยมในการแข่งขันด้านนวัตกรรมภายในองค์กร ท้าทายแนวคิด แต่ไม่ใช่ความขัดแย้งหรือโจมตีซึ่งกันและกัน ในหลายองค์กรมุ่งเน้นให้เกิดการแข่งขันระหว่างกลุ่มงาน แผนกงาน หรือแต่ละสายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการส่งเสริมการพัฒนาสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นจากการ ปฏิบัติงาน เช่น บริษัท Sony มีการแบ่งหน่วยธุรกิจและให้แต่ละหน่วยธุรกิจนั้นแข่งขันกันคิดค้นและพัฒนา สินค้าใหม่ขึ้นมาตอบสนองความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ควรต้องควบคุมระดับการแข่งขันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ควรแข่งขันกันมาก จนกลายเป็นความขัดแย้งและไม่ช่วยเหลือกัน จนกระทั่งเห็นว่า หน่วยงานอื่นในองค์กรเหมือนเป็นคู่แข่ง ไม่แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ เทคโนโลยีซึ่งกันและกัน ทำให้การทำงานซ้ำซ้อน
ประการที่หก เสาะหาและคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม ควรต้องเป็นผู้ที่มีลักษณะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ และพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
องค์ประกอบที่สำคัญ 6 ประการในการบริหารจัดการที่ดี ได้แก่
1. การกำหนดทิศทาง (Sense of Direction)
2. การวางยุทธศาสตร์ (Strategy)
3. การจัดเรื่องระบบงาน (System)
4. บุคลากร (Staff)
5. โครงสร้าง (Structure) เพื่อการเตรียมงบประมาณ และ
6. การประเมินตนเองเพื่อพัฒนา (Self-Assesssment) โดยมี ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ประการ คือ
6.1) การบูรณาการ เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นศาสตร์ด้านต่างๆ
6.2) นวัตกรรม เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการสร้างกระบวนการเรียนการอบรมที่ให้พนักงานเป็นศูนย์ กลาง
6.3) ความเป็นสากล มุ่งเน้นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น
วิธีดำเนินงาน
ในปัจจุบันการบริหารจัดการในระดับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) มีการใช้ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานกันมาก เพื่อให้องค์กรสามารถทำงานตอบสนองประชาชนให้ได้มากที่สุด และเกิดความคุ้มค่าที่สุด อีกทั้งบทบาทของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังกำหนดตัวชี้วัด ในการประเมินการบริหารจัดการในแต่ละท้องถิ่น ตาม หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือ ธรรมมาภิบาล ( Good governance ) ทำให้ท้องถิ่นต้องวางแผนการบริหารเพื่อปรับตัวขององค์กรโดยได้กำหนดการทำงานเป็นกลยุทธ มีการประเมินผลการวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสถานภาพการพัฒนาในปัจจุบัน และโอกาสในการพัฒนาในอนาคตของท้องถิ่นด้วยเทคนิค SWOT ANALYSIS (วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค) ก่อนที่จะมีการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานในแต่ละด้าน อาทิเช่น
1). ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
แนวทางการพัฒนา
ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจให้ประชาชนได้รับการบริการสาธารณะให้ความสะดวก และรวดเร็วขึ้น โดยเน้นการมีมาตรฐานและเกิดความยุติธรรมดังนี้
1. การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำและการปรับปรุงบำรุงรักษาในเขต ชุมชนและท้องถิ่น
2. การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ
3. การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
4. การจัดการและดูแลสถานีขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ
5. การขนส่งและการวิศวกรรมจราจร
6. การสาธารณูปโภค - สาธารณูปการ
7. การผังเมืองของท้องถิ่นและผังเมืองรวมของจังหวัด
2). ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์
แนวทางการพัฒนา
1. พัฒนาระบบและเพิ่มศักยภาพการผลิต/ผลผลิตด้านเกษตรอินทรีย์
2. การลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร
3. การเพิ่มผลผลิตของเกษตรกร
4. การประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการใช้เกษตร อินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี
3). ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความสามารถทางด้านเศรษฐกิจและบรรเทาปัญหาความยากจน
แนวทางการพัฒนา
1. ส่งเสริมการพาณิชย์และลงทุน/ตลาดเพื่อการพาณิชย์
2. เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ
3. ส่งเสริมอาชีพ/พัฒนาสินค้าชุมชน/ตลาดชุมชน/ร้านค้าชุมชน
4. สร้างความเข้มแข็งด้านเกษตรกรรม/สินค้าชุมชน
5. เสริมสร้างภูมิปัญญาท้องถิ่น
6. การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสิ่งทอ
7. การสร้างเครือข่ายสินค้าชุมชน/ศูนย์ประสานสินค้าชุมชน
8. พัฒนาและส่งเสริมการค้าของชุมชนในเชิงพาณิชย์อิเลคทรอนิคส์
9. การพัฒนาและส่งเสริมโรงสีชุมชน
4). ยุทธศาสตร์สร้างสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
แนวทางการพัฒนา
1. การจัดการศึกษา
1.1 ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยบูรณาการกับการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่น
1.2 ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาให้มีความพร้อมทั้งทางกายภาพและใช้เทคโนโลยี
เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
1.3 ส่งเสริมและพัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ และยกวิทยฐานะให้สูงขึ้น
1.4 พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาตามหลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
1.5 ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก สตรี คนชรา ผู้ด้อยโอกาส และผู้ติดเชื้อ HIV จัดให้มีและเพิ่มศักยภาพศูนย์พัฒนาเด็ก
3. การสนับสนุนส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬา กีฬาแห่งชาติ และการสนับสนุนส่งเสริมกีฬานานาชาติ
4. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/ลดอุบัติเหตุจราจรทางบก/ทางน้ำ
5. การสาธารณสุข การสร้างสุขภาพ การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ/โรคระบาดและโรคไม่ติดต่อ การฟื้นฟูสุขภาพของประชาชน
6. การป้องกัน และแก้ไขการแพร่ระบาดปัญหายาเสพติด
7. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อปลุกจิตสำนึกด้านคุณธรรม/จริยธรรม แก่ประชาชนในท้องถิ่น
8. การสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
5). ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลอย่างยั่งยืน
แนวทางการพัฒนา
1. การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ ในท้องถิ่นและชุมชน
2. การกำจัดมูลฝอยรวมและปฏิกูลรวม และการจัดตั้งศูนย์กำจัดขยะระดับอำเภอ
3. การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูลและน้ำเสีย ในชุมชนและท้องถิ่น
4. การจัดการ การบำรุงรักษา และการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ การใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5. การสนับสนุนและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ท้องถิ่นรักษาสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน
6. การปลุกจิตสำนึกและค่านิยมให้ประชาชนในท้องถิ่นมีความรู้และความเข้าใจในการอนุรักษ์และส่งเสริมการค้นหาสิ่งอื่นๆ ในท้องถิ่นไปทดแทนพลังงาน
7. การเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์/อนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติ ทั้งระดับชาติและสากล
6). ยุทธศาสตร์การบริหารราชการตามหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี
แนวทางการพัฒนา
1. ส่งเสริมศักยภาพของท้องถิ่นในทุกๆ ด้าน ตามหลักการบริหารจัดการที่ดี
2. การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรให้มีความเหมาะสมสอดคล้อง
3. ส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
นอกจากแผนยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการพัฒนาในด้านต่างๆแล้ว ท้องถิ่นยังเน้นในการพัฒนา บุคลากร หรือ คน ในหน่วยงาน เพื่อที่จะได้นวัตกรรมใหม่ๆในการบริหารจัดการ เพราะในความเชื่อของการบริหาร จัดการทรัพยากรคน
การออกแบบพัฒนาต้องคิดและทำอย่างมีนวัตกรรม หรือ Innovation คนเรานั้นจะมีนวัตกรรม ต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่ หรือความพึงพอใจ
คนเรานั้นต้องพัฒนาให้สามารถแก้ปัญหาด้วยความคิด ที่ลื่นไหล เป็นระบบระเบียบ พอทางหนึ่งตันต้องหาทางใหม่อยู่เสมอ ช่วยกันหาทางฝ่าทางตันให้ได้ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ควบคู่กันไปกับการพัฒนาคนขององค์กร ความสัมพันธ์ของนวัตกรรมกับเทคโนโลยีจึงมีความใกล้ชิดกัน เนื่องจากนวัตกรรมเป็นการนำความคิดไปพัฒนาจนได้มาซึ่งสิ่งใหม่ๆ นวัตกรรมสามารถนำไปใช้ได้ไม่เลือกว่าจะเป็นองค์การใดก็ตาม ดังนั้น ในแง่การบริหารทรัพยากรมนุษย์แล้ว การพิจารณาถึงหลักการด้านนวัตกรรมจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ชัดเจน แม้ต้องเปลี่ยนอะไรๆ หลายอย่างก็ตาม เพราะจะเป็นนวัตกรรมไปไม่ได้ถ้าไม่รักการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
นวัตกรรมจะสำเร็จได้ต้องอาศัยภาวะผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ กล้านำ กล้าเปลี่ยนแปลง บวกกับการบริหารจัดการ ภาวะผู้นำจะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เราหวังไว้ได้ ทำให้เราเกิดพลังในการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือร่วมใจพร้อมที่จะเดินก้าวไปอย่างเร็วๆแต่มั่นคง เพื่อให้บรรลุจินตทัศน์ที่วางไว้ การบริหารจัดการที่ดี ต้องมีการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างประหยัด การดำเนินงานต่างๆก็จะราบรื่นไปด้วย เช่น ถ้าเรากำหนดจินตทัศน์ในการพัฒนาคนไว้ว่า
1.เราต้องการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติ และมีทักษะที่ดี โดยผสมผสานศาสตร์ แขนงต่างๆเข้าด้วยกัน
2.เน้นการพัฒนาคนควบคู่ไปกับการวิจัยพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม
3.ต้องส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมตลอดจนสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาออกมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
4.ต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและโปร่งใสเป็นธรรม
การพัฒนาระบบงานและบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำ ให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลักการมากมายมาพัฒนาคน แต่อย่ายึดติดรูปแบบจนทำอะไรทะลุนอกกรอบไม่ได้ เมื่อเราทำอะไรแบบติดกรอบจะทำให้เป็นการปิดกั้นนวัตกรรมได้เช่นกัน นอกจากนั้นแล้วหลักการส่วนใหญ่เกิดที่ต่างประเทศ อาจไม่เหมาะกับบ้านเราสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับค่านิยมและวัฒนธรรมการทำงานด้วยแล้ว ต้องคำนึงถึงกรอบโครงร่างในการทำงาน ซึ่งได้แก่ แบบจำลองการบริหารเชิงกลยุทธ์อย่างที่กล่าวไว้ใน 6 องค์ประกอบข้างต้น ที่สำคัญต้องรู้สึกสนุก คนทำงานมีความสุขสนุกกับงานที่ทำ ยินดีที่จะทำเพราะมีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานนั้นๆ โดยเฉพาะการใช้ความคิดเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนามากๆ
............................................................................................................................................................................
นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับพัฒนาการบริหารสมัยใหม่ ( POL5207 )
ผู้สอน รศ.ดร.วิเชียร ศรีพระจันทร์
นักศึกษา นายพิรุณฤทธิ์ คงปราบ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา หน่วยหนองบัวลำภู
Pk_noi2000@hotmail.com , tazan2000@hotmail.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น